นอกจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง ครอบครัวผู้เสียชีวิตหลายรายมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ศพที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้จริง แต่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ หรือรู้แต่ยื่นเรื่องไม่ทันเพราะเอกสารไม่ครบ เงินสงเคราะห์ศพในไทยมีอยู่สามระบบหลักคือประกันสังคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งแยกจากกันโดยสิ้นเชิงและยื่นขอได้พร้อมกันหากมีสิทธิมากกว่าหนึ่งทาง บทความนี้แจกแจงว่าแต่ละระบบให้เงินเท่าไหร่ ใครมีสิทธิ และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง




สั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481
เงินสงเคราะห์ศพมีสามระบบหลัก คือค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีตายจากประกันสังคม (ผู้ประกันตนมาตรา 33/39 ได้ค่าทำศพ 50,000 บาท มาตรา 40 ได้ 25,000 บาท) ฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาคมหรือหน่วยงานที่ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิก และบำเหน็จตกทอดหรือเงินสงเคราะห์ครอบครัวของข้าราชการ ผู้จัดการศพหรือทายาทต้องยื่นเรื่องเองพร้อมใบมรณบัตรและเอกสารประจำตัว โดยสิทธิประกันสังคมมีอายุความยื่นไม่เกิน 2 ปีนับจากวันเสียชีวิต
เงินสงเคราะห์ศพคืออะไร มีกี่ระบบ
เงินสงเคราะห์ศพ คือเงินช่วยเหลือที่จ่ายให้ผู้จัดการศพหรือทายาทของผู้เสียชีวิต เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ต่างจากพวงหรีดหรือซองร่วมทำบุญที่มาจากแขกผู้ร่วมงาน เพราะเงินสงเคราะห์ศพมาจากระบบสวัสดิการหรือกองทุนที่ผู้เสียชีวิตเคยเป็นสมาชิกหรือส่งเงินสมทบไว้ก่อนเสียชีวิต ในไทยแบ่งได้เป็นสามระบบหลักที่ทำงานแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ระบบแรกคือสำนักงานประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนภาคแรงงาน ระบบที่สองคือฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มช่วยเหลือกันเองของสมาชิกสมาคมหรือหน่วยงาน และระบบที่สามคือสวัสดิการของข้าราชการและพนักงานรัฐที่มีกองทุนเฉพาะของตนเอง
จุดที่ควรรู้คือสิทธิทั้งสามระบบไม่ตัดกัน หากผู้เสียชีวิตเป็นทั้งผู้ประกันตนประกันสังคมและสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้านไปพร้อมกัน ทายาทมีสิทธิยื่นขอรับเงินจากทั้งสองทางได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ปัญหาที่พบบ่อยจึงไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน แต่คือครอบครัวไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยสมัครสมาชิกอะไรไว้บ้าง จึงควรตรวจสมุดบัญชี ใบเสร็จหักเงินเดือน หรือบัตรสมาชิกของผู้เสียชีวิตให้ละเอียดตั้งแต่ช่วงจัดงานศพ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิที่ควรได้
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เสียชีวิต ได้เงินอะไรบ้าง
ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ลูกจ้างในระบบ) และมาตรา 39 (เคยเป็นมาตรา 33 แล้วสมัครต่อเอง) ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเสียชีวิต ผู้จัดการศพมีสิทธิรับค่าทำศพ 50,000 บาทจากสำนักงานประกันสังคมเป็นก้อนแรก แยกต่างหากจากเงินอีกก้อนที่เรียกว่าเงินสงเคราะห์กรณีตาย ซึ่งจ่ายให้ทายาทตามระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบสะสมไว้ก่อนเสียชีวิต ไม่ใช่ทุกคนจะได้เงินก้อนนี้เพิ่ม ต้องดูเงื่อนไขระยะเวลาสมทบเป็นหลัก
| ระยะเวลาส่งเงินสมทบก่อนเสียชีวิต | เงินสงเคราะห์กรณีตาย (เพิ่มจากค่าทำศพ) |
|---|---|
| น้อยกว่า 36 เดือน | ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย ได้เฉพาะค่าทำศพ 50,000 บาท |
| 36–119 เดือน | เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน |
| ตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป | เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน |
ค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณนี้ ประกันสังคมคิดจากฐานค่าจ้างสูงสุดที่ 15,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น แม้เงินเดือนจริงจะสูงกว่านั้นก็ตาม ตัวเลขจึงอาจน้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทั้งค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีตายเป็นคนละก้อนกับค่าใช้จ่ายงานศพที่ครอบครัวต้องจ่ายจริง จึงควรยื่นเรื่องให้เร็วที่สุดเพื่อนำเงินมาช่วยหมุนค่าใช้จ่ายในงาน
ผู้ประกันตนมาตรา 40 เสียชีวิต ได้เงินเท่าไหร่
ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือกลุ่มอาชีพอิสระที่สมัครประกันสังคมเองโดยไม่มีนายจ้าง สิทธิเงินสงเคราะห์ศพจะขึ้นอยู่กับทางเลือกที่สมัครไว้ ผู้ที่เลือกทางเลือกที่ 1 หรือทางเลือกที่ 2 จะได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท ซึ่งน้อยกว่ามาตรา 33 และ 39 เพราะอัตราเงินสมทบต่ำกว่ามาก และหากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือนก่อนเดือนที่เสียชีวิต จะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายเพิ่มอีก 8,000 บาท รวมเป็น 33,000 บาท ส่วนผู้ที่เลือกทางเลือกอื่นหรือไม่แน่ใจว่าตนเองสมัครแบบใด ควรตรวจสอบสิทธิที่แน่ชัดกับสำนักงานประกันสังคมโดยตรงก่อนยื่นเรื่อง เพราะแต่ละทางเลือกให้ความคุ้มครองต่างกัน
ข้อควรระวังคือมาตรา 40 ไม่มีระบบนายจ้างคอยหักเงินสมทบอัตโนมัติ ผู้ประกันตนต้องจ่ายเองทุกเดือน หากขาดส่งติดต่อกันจนพ้นสถานะผู้ประกันตน ทายาทอาจไม่มีสิทธิรับเงินก้อนนี้เลย จึงควรตรวจสอบสถานะการส่งเงินสมทบล่าสุดของผู้เสียชีวิตผ่านแอปพลิเคชันหรือสำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านให้แน่ใจก่อนยื่นคำขอ
ใครมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายจากประกันสังคม
เงินสงเคราะห์ศพจากประกันสังคมแบ่งผู้รับเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือค่าทำศพ จ่ายให้ผู้จัดการศพ ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ออกค่าใช้จ่ายและดำเนินการจัดงานจริง ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทตามกฎหมาย กลุ่มที่สองคือเงินสงเคราะห์กรณีตาย จ่ายให้ทายาทตามลำดับที่กฎหมายกำหนดหรือบุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ล่วงหน้า ได้แก่ บุตร คู่สมรส บิดามารดา หรือบุคคลอื่นที่ระบุชื่อไว้ในแบบหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ของสำนักงานประกันสังคม
ผู้ประกันตนที่ยังโสดหรือไม่มีทายาทโดยตรงควรทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้ากับสำนักงานประกันสังคม เพราะหากไม่ได้ระบุไว้และไม่มีทายาทตามลำดับที่กฎหมายกำหนด เงินก้อนนี้อาจไม่มีผู้มีสิทธิรับเลย การทำหนังสือระบุไว้ล่วงหน้าใช้เวลาไม่นานและแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังหากสถานะครอบครัวเปลี่ยนไป ถือเป็นเรื่องที่ควรทำเผื่อไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร ต่างจากประกันสังคมอย่างไร
ฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือที่มักเรียกย่อว่า ฌกส. หรือ สค. เป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกเพื่อช่วยเหลือกันเองในการจัดการศพ โดยไม่มีการแสวงหากำไร ต่างจากประกันชีวิตหรือประกันสังคมตรงที่ฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้สะสมเงินไว้ในบัญชีส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน แต่ใช้ระบบเรียกเก็บเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจริง กล่าวคือเมื่อสมาชิกคนหนึ่งเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือทุกคนจะถูกเรียกเก็บเงินสมทบคนละเล็กน้อยตามข้อบังคับของสมาคม แล้วนำเงินทั้งหมดมอบให้ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ของสมาชิกที่เสียชีวิต
ตัวอย่างเช่น สมาคมที่มีสมาชิก 1,000 คน กำหนดเรียกเก็บครั้งละ 200 บาทต่อการเสียชีวิตหนึ่งราย เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินราวสองแสนบาทจากยอดรวมที่สมาชิกทุกคนสมทบ ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับอธิบายหลักการเท่านั้น จำนวนเงินจริงผันแปรตามจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ ณ วันที่เกิดเหตุและอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ในไทยมีทั้งระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล สหกรณ์ และหน่วยงานเฉพาะทาง เช่น ฌาปนกิจสงเคราะห์กระทรวงสาธารณสุข การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. ของข้าราชการครูภายใต้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.
สมัครฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ไหน จะได้เงินเท่าไหร่
ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำตำบลหรือเทศบาลที่พักอาศัย สหกรณ์ที่เป็นสมาชิกอยู่ หรือหน่วยงานต้นสังกัดหากเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐ คุณสมบัติทั่วไปมักกำหนดช่วงอายุที่รับสมัคร เช่น ไม่เกิน 35 หรือ 60 ปีแล้วแต่สมาคม และต้องมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคร้ายแรงในช่วงที่สมัคร บางสมาคมยังกำหนดระยะเวลาเป็นสมาชิกขั้นต่ำก่อนจึงจะมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์เต็มจำนวน เพื่อป้องกันการสมัครเฉพาะช่วงที่ทราบว่าป่วยหนัก
เรื่องจำนวนเงินที่จะได้รับ ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสมาคม เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่มีอยู่จริงและอัตราเรียกเก็บต่อศพตามข้อบังคับ สมาคมขนาดเล็กระดับตำบลอาจได้เงินหลักหมื่นถึงหลักแสนต้น ขณะที่ฌาปนกิจสงเคราะห์ของหน่วยงานขนาดใหญ่ระดับกระทรวงที่มีสมาชิกจำนวนมากอาจสูงถึงหลักหลายแสนบาท วิธีที่แม่นยำที่สุดคือสอบถามอัตราปัจจุบันและจำนวนสมาชิกล่าสุดจากสำนักงานของสมาคมนั้นโดยตรง ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขที่เคยได้ยินจากคนรู้จักเพราะเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี
ข้าราชการและพนักงานรัฐเสียชีวิต ได้เงินสงเคราะห์อะไรบ้าง
ข้าราชการที่เสียชีวิตระหว่างรับราชการ (ยังไม่เกษียณ) ทายาทมีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด ซึ่งคำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการที่นับเป็นปี สำหรับข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนข้าราชการที่เกษียณแล้วและรับบำนาญอยู่ก่อนเสียชีวิต ทายาทจะได้รับบำเหน็จตกทอดเท่ากับ 30 เท่าของเงินบำนาญรวมเงินช่วยค่าครองชีพ เงินก้อนนี้แยกต่างหากจากฌาปนกิจสงเคราะห์ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. ที่ข้าราชการครูมักสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มเติม จึงอาจได้รับสิทธิซ้อนกันหลายทางในกรณีนี้
นอกจากบำเหน็จตกทอด ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการยังมีเงินสงเคราะห์ครอบครัวส่วนหนึ่งตามเงื่อนไขของกองทุน ซึ่งแยกจากบำเหน็จตกทอดที่จ่ายโดยกรมบัญชีกลาง ทายาทควรติดต่อฝ่ายบุคคลของหน่วยงานต้นสังกัดผู้เสียชีวิตเพื่อตรวจสอบสิทธิทั้งหมดที่มี เพราะแต่ละหน่วยงานราชการอาจมีสวัสดิการเพิ่มเติมของตนเองนอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานที่กรมบัญชีกลางดูแล อ่านภาพรวมสวัสดิการภาครัฐของกระทรวงแรงงานซึ่งกำกับดูแลสำนักงานประกันสังคมได้ที่วิกิพีเดีย
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการเบิกเงินสงเคราะห์ศพ
แม้แต่ละระบบจะมีแบบฟอร์มเฉพาะของตนเอง แต่เอกสารหลักที่ทุกหน่วยงานขอตรงกันมีชุดเดียว การเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้ยื่นเรื่องได้ทุกทางโดยไม่ต้องขอเพิ่มทีหลัง
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| ใบมรณบัตร (สำเนา หลายชุด) | ยืนยันการเสียชีวิต ทุกหน่วยงานขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน |
| บัตรประชาชนผู้เสียชีวิต (สำเนา) | ยืนยันตัวตนผู้มีสิทธิต้นทาง |
| บัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ (สำเนา) | ยืนยันตัวตนผู้จัดการศพหรือทายาทที่ยื่นเรื่อง |
| ทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต (สำเนา) | มักต้องเป็นฉบับที่ประทับตราย้ายออกหรือตาย |
| สมุดบัญชีธนาคารผู้ยื่นคำขอ (สำเนาหน้าแรก) | ใช้โอนเงินสงเคราะห์เข้าบัญชี |
| แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนของแต่ละหน่วยงาน | เช่น แบบ สปส.2-01 ของประกันสังคม หรือแบบของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ |
| หนังสือรับรองผู้จัดการศพ / หนังสือระบุผู้รับเงิน (ถ้ามี) | ใช้เมื่อผู้ยื่นไม่ใช่ทายาทโดยตรงตามกฎหมาย |
คำแนะนำที่ช่วยประหยัดเวลาที่สุดคือขอสำเนาใบมรณบัตรจากทางเขตหรือเทศบาลไว้อย่างน้อย 5 ถึง 10 ชุดตั้งแต่วันแรกที่ไปแจ้งตาย เพราะต้องใช้ยื่นทั้งกับประกันสังคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ ธนาคาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากขอเพิ่มทีหลังจะต้องเดินทางไปที่เขตอีกรอบ ซึ่งเสียเวลาช่วงที่ครอบครัวกำลังจัดการเรื่องอื่นอยู่แล้ว
ยื่นเบิกเงินสงเคราะห์ศพได้เมื่อไหร่ มีอายุความไหม
ยื่นเรื่องได้ทันทีหลังจัดงานศพเสร็จ ไม่จำเป็นต้องรอให้ผ่านพิธีทำบุญครบตามธรรมเนียมก่อน เพราะเอกสารหลักคือใบมรณบัตรซึ่งออกให้ตั้งแต่วันแจ้งตาย สำหรับสิทธิประกันสังคม กฎหมายกำหนดอายุความในการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนไว้ไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่มีสิทธิ หากปล่อยเลยกำหนดนี้จะหมดสิทธิรับเงินโดยสมบูรณ์ ส่วนฌาปนกิจสงเคราะห์และสวัสดิการข้าราชการ แต่ละหน่วยงานอาจกำหนดระยะเวลายื่นต่างกัน จึงควรสอบถามกำหนดที่แน่ชัดจากหน่วยงานนั้นโดยตรงแทนการอนุมานเอาเอง
โดยทั่วไปหลังยื่นเอกสารครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมใช้เวลาพิจารณาและโอนเงินภายในไม่กี่สัปดาห์ หากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลผู้รับสิทธิไม่ชัดเจน อาจใช้เวลานานขึ้นจากการขอเอกสารเพิ่มเติม ครอบครัวจึงควรยื่นเรื่องให้เร็วที่สุดหลังจัดงานศพเสร็จ แทนที่จะรอจนใกล้ครบกำหนดอายุความ เพราะหากเอกสารมีปัญหาจะยังมีเวลาแก้ไขทัน
ข้อควรระวังก่อนพึ่งเงินสงเคราะห์ศพอย่างเดียว
สิ่งที่ควรรู้ไว้ตรง ๆ คือฌาปนกิจสงเคราะห์บางแห่งเคยประสบปัญหาด้านการเงินจนต้องยกเลิกกิจการ โดยเฉพาะสมาคมขนาดเล็กที่จำนวนสมาชิกลดลงต่อเนื่องจนอัตราเรียกเก็บต่อศพสูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือบริหารจัดการไม่โปร่งใส ทำให้สมาชิกที่ตั้งใจฝากความหวังไว้กับกองทุนเดียวอาจไม่ได้รับเงินตามที่คาดหรือได้รับล่าช้ากว่าที่ควร ก่อนพึ่งพาฌาปนกิจสงเคราะห์เพียงทางเดียว จึงควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของสมาคมกับนายทะเบียนที่กำกับดูแลอยู่เป็นระยะ และหากมีกำลังพอควรมีสิทธิประกันสังคมหรือประกันชีวิตเสริมไว้อีกทางเพื่อไม่ให้พึ่งพิงระบบเดียว
อีกข้อที่พลาดบ่อยคือลืมทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่โสดหรือไม่มีทายาทตามลำดับกฎหมายชัดเจน หากไม่ได้ระบุไว้และเกิดข้อพิพาทระหว่างญาติว่าใครเป็นผู้มีสิทธิ อาจทำให้การเบิกจ่ายล่าช้าออกไปอีก คำแนะนำคือทุกคนที่เป็นผู้ประกันตนหรือสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ควรทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และแจ้งให้คนในครอบครัวทราบว่าเอกสารและบัตรสมาชิกต่าง ๆ เก็บไว้ที่ใด เพื่อให้ค้นหาได้ทันทีเมื่อถึงเวลาจำเป็น
สำหรับครอบครัวที่กำลังจัดงานศพและต้องวางแผนงบประมาณคู่ขนานไปกับการยื่นเรื่องขอเงินสงเคราะห์ ดูภาพรวมค่าใช้จ่ายทุกหมวดของงานได้ที่ ค่าใช้จ่ายงานศพในกรุงเทพฯ และขั้นตอนติดต่อวัดตั้งแต่วันแรกได้ที่ จองศาลาวัดจัดงานศพ ส่วนพวงหรีดสำหรับส่งไปร่วมแสดงความอาลัย เลือกแบบและสั่งได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือ พวงหรีดพัดลม ดูช่วงราคาทั้งหมดที่ พวงหรีดราคา และขั้นตอนสั่งที่ วิธีสั่งพวงหรีด ทีมงานจัดส่งฟรีถึงศาลาทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 2–3 ชั่วโมง ดูรายชื่อวัดและเขตที่จัดส่งบ่อยได้ที่ พวงหรีดตามวัด และ พวงหรีดตามเขตกรุงเทพฯ
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
เงินสงเคราะห์ศพจากประกันสังคมได้เท่าไหร่
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ที่ส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข ผู้จัดการศพได้ค่าทำศพ 50,000 บาท และทายาทอาจได้เงินสงเคราะห์กรณีตายเพิ่มตามระยะเวลาส่งเงินสมทบ ส่วนมาตรา 40 ได้ค่าทำศพ 25,000 บาท และอาจได้เพิ่มอีก 8,000 บาทหากส่งสมทบครบ 60 เดือน
ฌาปนกิจสงเคราะห์ได้เงินกี่บาท
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่มีอยู่จริงและอัตราเรียกเก็บต่อศพของแต่ละสมาคม ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ควรสอบถามอัตราปัจจุบันจากสำนักงานของสมาคมนั้นโดยตรง
ยื่นเบิกเงินสงเคราะห์ศพต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
หลักคือใบมรณบัตร บัตรประชาชนผู้เสียชีวิตและผู้ยื่น ทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต สมุดบัญชีธนาคารผู้ยื่นคำขอ และแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนของแต่ละหน่วยงาน
เงินสงเคราะห์ศพประกันสังคมยื่นได้ภายในกี่ปี
ไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่มีสิทธิ หากยื่นเกินกำหนดจะหมดสิทธิรับเงิน ควรยื่นเรื่องให้เร็วที่สุดหลังจัดงานศพเสร็จ
ข้าราชการเสียชีวิตได้เงินสงเคราะห์อะไร
ทายาทได้รับบำเหน็จตกทอด คำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณเวลาราชการ หรือหากเกษียณรับบำนาญอยู่แล้วได้ 30 เท่าของเงินบำนาญรวมเงินช่วยค่าครองชีพ แยกจากฌาปนกิจสงเคราะห์ของหน่วยงานต้นสังกัด
มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ศพได้มากกว่าหนึ่งทางไหม
ได้ สิทธิประกันสังคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ และสวัสดิการข้าราชการแยกจากกันโดยสิ้นเชิง หากผู้เสียชีวิตมีสิทธิหลายทางพร้อมกัน ทายาทยื่นขอรับได้ทุกทาง